TRF 1143_600

โครงการ Thailand Recovery Fund กองทุนที่มุ่งเน้นระดมทุนเพื่อนำเงินสนับสนุนที่ได้ไปแก้ปัญหาและฟื้นฟูภัยพิบัติฉุกเฉินที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 ระบาด ทางโครงการฯทำงานเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดให้ทันท่วงที โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้ประชาชนและมองหาวิธีแก้ไขสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ขณะนี้ทางโครงการฯ พยายามเน้นการลดปัญหาการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ด้วยการแจกจ่ายชุดตรวจ Rapid Antigen Test Kits (ATKs) ให้กับกลุ่มชุมชนเปราะบางและมีรายได้น้อยในกรุงเทพมหานคร โดยการทำงานในครั้งนี้ Socialgiver ได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลรามาธิบดี (มหาวิทยาลัยมหิดล) กรมการแพทย์ (กระทรวงสาธารณสุข) มูลนิธิยุวพัฒน์ โครงการ Covid Relief Bangkok Thai Care และ คุณแนท อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ (มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015) และ Zero Covid Thailand

trfe photo nat

โรงพยาบาลทั่วประเทศไทยนั้นต่างต้องทำงานกันอย่างเกินกำลังมาเป็นระยะเวลาหลายเดือน ทั้งรองรับผู้ป่วยติดเชื้อและตรวจหาเชื้อ แม้ว่าการตรวจแบบ PCR นั้นจะมีความแม่นยำสูง แต่นั่นก็หมาความว่าผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อนั้นจำเป็นต้องเดินทางไปยังจุดตรวจ เข้าแถว และรอผลตรวจเป็นระยะเวลา 1-2 วัน ซึ่งในช่วงระยะเวลานี้เองทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อได้ ผ่านการสัมผัสผู้มีความเสี่ยงสูง

ในทางตรงกันข้ามนั้นการตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) นั้นสามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้านได้บ่อยครั้งกว่าการตรวจแบบ PCR เพราะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า นั่นหมายความว่าการตรวจด้วย ATK สามารถเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันขอผู้คนได้ อีกสิ่งหนึ่งที่หลายๆคนอาจจะไม่รู้นั่นคือ การตรวจแบบ ATK นั้นแสดงผลบวกต่อเมื่อผู้ที่ติดเชื้อนั้นมีเชื้อมากเพียงพอจะแพร่ไปยังผู้อื่นได้ และอีกหนึ่งข้อดีนั่นก็คือความรวดเร็วซึ่งจะช่วยให้เราสามารถทราบความเสี่ยงได้เร็วและจำกัดการแพร่เชื้อได้อย่างทันท่วงที

ผลงานวิจัยจากมหาวิยาลัย Harvard เผยว่าการตรวจที่ทราบผลเร็วหากทำในวงกว้างด้วยความถี่สองครั้งต่อสัปดาห์นั้นสามรถลดอัตราการแพร่เชื้อหรือ R0 (R naught) ลงได้ถึง 80% แม้ว่าชุดตรวจนั้นจะเป็นชุดตรวจแบบที่มีความละเอียดอ่อนต่ำ ในขณะที่การตรวจ PCT (Polymerase Chain Reaction) สามารถลดอัตราการแพร่เชื้อลงได้เพียง 58% เนื่องด้วยระยะเวลารอผลที่นานราว 48 ชั่วโมง  สรุปได้ว่าการตรวจด้วย ATK ที่รู้ผลเร็วนั้นลดอัตราการแพร่เชื้อได้ดีกว่าการตรวจด้วย PCR ที่มีความแม่นยำสูงแต่ใช้ระยะเวลารอผลนาน

อีกหนึ่งข้อดีของการตรวจที่บ้านด้วย ATK คือการจำกัดการแพร่เชื้อจากการเดินทางไป-กลับและรอผลที่จุดตรวจ เช่นเดียวกันกับการลดภาระหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ในช่วงสถานการณ์วิกฤตที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย จากการที่ประเทศสโลวาเกียนั้นนำการตรวจด้วย ATK ทั่วประเทศมาปรับใช้ หากเราสามารถแยกผู้ติดเชื้อจากผู้ที่มีผลเป็นลบได้ด้วยการตรวจสองครั้งต่อสัปดาห์ จะสามารถลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ได้ประมาณ 70%

โครงการ Thailand Recovery Fund เห็นถึงความสำคัญของการเข้าถึงชุดตรวจ ATK ที่ราคาถูกหรือแม้กระทั่งไม่เสียค่าใช้จ่ายเลย เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตครั้งนี้ที่ต้นเหตุโดยการหยุดการแพร่เชื้อ เราเชื่อว่าการป้องกันการแพร่กระจายนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และเป็นวิธีการที่จะต่อสู้กับวิกฤตนี้ได้อย่างได้ผลดีที่สุด ซึ่งจะนำพาเราไปสู่สุขภาวะและเศรษฐกิจที่ดีขึ้นได้ทั่วประเทศ

โครงการของเรามุ่งเป้าไปที่

  1. การแจกจ่าย ATK ไปยังประชาชน 40,000 คน
  2. ติดตามผลตรวจด้วย ATK ในสภาพแวดล้อมจริงเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ในการลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ในชุมชน
  3. เพื่อชี้ให้รัฐบาลเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของการตรวจรายสัปดาห์และนำเสนอแผนการที่เหมาะสมในการยับยั้งโควิด-19
  4. เพื่อสนับสนุนการนำเข้า แจกจ่าย และซื้อขายชุดตรวจ ATK ในราคาที่จับต้องได้

ในการระดมทุนเพื่อจัดซื้อ ATK ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกระจายชุดตรวจให้กับประชาชนในชุมชนเปราะบางและกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย โดยตั้งเป้าการระดมทุนเพื่อจัดซื้อชุดตรวจจำนวนรวม 200,000 ชุด

โดยในระยะแรกของการแจกชุด Antigen Test Kit จะมีการเก็บข้อมูลเพื่อโครงการ “การศึกษาผลของการใช้ชุดตรวจ ATK เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสซาร์ส-โควี-2 ในชุมชนกรุงเทพเพื่อป้องกันการแพร่กระจายโรค” (The impact of SARS-CoV-2 Rapid Antigen Testing Kit screening in Bangkok community to prevent outbreaks) จำนวน 200,000 ชุด โดยกลุ่มเป้าหมายใน 10 ชุมชนจะได้รับชุดตรวจคนละ 8 ชุดเพื่อตรวจ 2 ครั้ง/สัปดาห์ และกลุ่มเป้าหมายในอีก 30 ชุมชนจะได้รับชุดตรวจคนละ 4 ชุดเพื่อตรวจ 1 ครั้ง/สัปดาห์

การศึกษาชุดตรวจ Antigen Test Kit ในครั้งนี้มีกลุ่มผู้ดูแลงานวิจัยทั้งหมด 5 กลุ่มด้วยกัน

  1. นพ. กษิต ศักดิ์ศิริสัมพันธ์ จาก โรงพยาบาลรามาธิบดี
  2. Dr. Leshan Wannigama จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  3. นพ. กติกา อรรฆศิลป์ จาก กรมการแพทย์
  4. Mr. Soham Sankaran จาก Cornell University
  5. Zero Covid Thailand

ระบบบันทึกผลเข้าร่วมกลุ่มวิจัยโดยกลุ่ม Thai Care ที่จะเก็บข้อมูลและผลการศึกษาในครั้งนี้ตลอดระยะเวลา 2 เดือน

เป้าหมายของการวิจัยในครั้งนี้คือการทำให้เกิดหลักฐานที่ชัดเจนและผลสัมฤทธิ์ของการยับยั้งการแพร่กระจายของโควิด-19 ที่จะทำให้ประเทศไทยและประเทศอื่นๆทั่วโลกนั้นสามารถนำเอาไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมและสามารถหยุดการแพร่เชื้อได้ในอนาคตtrfe photo

BLOG_BANNER3

Connect with us

Facebook: Socialgiver

Instagram: Socialgiver

Line: @Socialgiver

Website: www.socialgiver.com

Application: https://socialgiver.page.link/blog

Share: