แบมแก้ 2

“ขอบคุณมากนะคะ ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมมากเลยค่ะ ก่อนการโทรเข้าหาตอนนั้นรู้สึกดิ่งมาก ๆ แต่พอได้ลองเปิดใจคุย ก็รู้สึกโล่งขึ้นมาเปราะนึงเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
“ขอบคุณมากค่ะที่รับฟังอย่างใจเย็นและเข้าใจ”
“ขอบคุณที่มีแอปดี ๆ แบบนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยนะคะ เรารู้สึกดีมาก ๆ ที่ได้เจอ”

เสียงตอบรับจำนวนหนึ่งจากผู้ใช้งาน Sati App แอปพลิเคชันที่ช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้คนได้สามารถระบายความเครียดหรือความรู้สึกเศร้าของตัวเองผ่านการรับฟังจากอาสาสมัครด้วยหัวใจแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ก่อตั้งโดย ‘คุณซันจู – อมรเทพ สัจจะมุนีวงศ์’

คุณอมรเทพเคยเป็นผู้ป่วยสุขภาพจิตที่ผ่านการรักษาตั้งแต่การใช้ไฟฟ้าบำบัด การรับประทานยามากกว่า 10 เม็ดต่อหนึ่งวัน จนในวันหนึ่งที่จุดดิ่งสุดของชีวิตได้เข้ามาเป็นช่วงเวลาที่ทำให้คุณอมรเทพได้ตัดสินใจจบชีวิตของตัวเอง

“พี่พยายามจบชีวิตตัวเองครั้งแรกตอนปี 2017 เราโดนส่งเข้า ICU แล้วก็เข้าโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง พอออกมาเรากลับโดนสังคมต่อว่าฆ่าตัวตายมันบาปนะ โดยไม่มีใครคิดเลยว่าเราฆ่าตัวตายเพราะอะไร…”

“ในปี 2018 พี่รู้สึกโดดเดี่ยวมาก จึงลองโทรไปศูนย์รองรับคนคิดสั้น โทรไปแล้วไม่มีคนรับสาย เราเลยตัดสินใจจบชีวิตตัวเองอีกรอบหนึ่ง แต่ในครั้งนี้ เราออกมาจากโรงพยาบาลด้วยความโกรธว่าทำไมไม่มีใครรับสาย จะมีอีกกี่คนที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือนี้เหมือนกับเราบ้าง”

บทสนทนาระหว่างผู้เขียนกับคุณอมรเทพจากบทความ “[Socialgiver] สุขภาพจิตเป็นเรื่องเร่งด่วนแค่ไหน สืบหาคำตอบผ่านมุมมองของ ซันจู อมรเทพ ผู้ก่อตั้ง Sati App” ที่ทำให้เราได้รู้ที่มาของการก่อตั้ง Sati App และข้อคิดมากมายจากการอ่านบทความนี้นั่นทำให้เรามีความสนใจในแอปพลิเคชัน Sati App อย่างมาก

ในมุมมองของการพูดคุยเรื่องทุกข์ใจ ความเศร้า ความเครียด หรือแม้กระทั่งความกลัวของเราให้ใครสักคนฟัง เรามักจะต้องการเพื่อนคอยรับฟัง แต่ในหลายครั้งที่เรามักจะเจอคำพูดที่ตอบกลับมาว่า “คนอื่นลำบากกว่าเราเยอะแยะ” “ไม่ต้องคิดมากหรอก” “ลองปล่อยวางดูบ้างนะ” ด้วยคำพูดเหล่านี้ทำให้เราไม่ ‘กล้า’ ที่จะไปพูดเรื่องทุกข์ใจของเราให้ใครฟังและมีบาดแผลในใจเพิ่มขึ้น

 

pimcha-01

ปัจจุบันเราเป็นนักศึกษาฝึกงานกับ Socialgiver ในตำแหน่ง Social Project Coordinator ในครั้งแรกที่เราได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ Sati App ก็ทำให้เราสนใจในตัวแอปพลิเคชันนี้อย่างมาก เราคิดว่าปัญหาสุขภาพจิตเป็นเรื่องใกล้ตัวของเราทุกคนแต่ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนมักจะมองข้ามในเวลาเดียวกัน จากการเริ่มต้นที่เรามีความสนใจใน Sati App ทำให้เราได้มีโอกาสสมัครเข้าไปเป็นอาสาสมัคร แต่ก่อนที่เราจะสามารถเข้าไปเป็นอาสาสมัครกับทาง Sati App ได้ เราต้องผ่านการฝึกอบรมก่อน ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งดี ๆ ที่เราอยากจะแนะนำให้ทุกคนที่กำลังอ่านบทความนี้ได้รู้จัก

หนึ่งตัวแปรที่สำคัญของการพูดคุยเรื่องเหล่านี้ที่เรามักจะไม่ได้นึกถึงคือ ‘การเป็นผู้รับฟัง’ ซึ่งการเป็นผู้รับฟังนั้นเป็นง่าย แต่การเป็นผู้รับฟังที่ ‘ฟังด้วยใจ’ นั้นเป็นยาก เพราะเมื่อเรารับฟังเรื่องของผู้อื่น เรามักจะมีความคิดที่ว่า ‘เรื่องที่คนอื่นเล่ามาไม่ใช่ปัญหาของเรา’ และเมื่อเราคิดว่าปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาของเรา เราก็จะ ‘ไม่ให้ความสำคัญ’ มากนัก ทั้งในเรื่องของการคอยรับฟัง การให้ให้คำแนะนำ และการปฏิบัติต่อผู้พูดที่กำลังระบายปัญหา ผลที่ตามมาก็อาจจะ “เป็นที่ตัวเราเอง (ผู้รับฟัง) นั้นแหละ ที่ไปสร้างบาดแผลในใจให้กับคนอื่น (ผู้พูด)” ซึ่งแน่นอนว่าเราก็คงรู้สึกแย่ ถ้าเราโดนกระทำแบบนี้

อย่างที่เรากล่าวไปข้างต้นว่า “การเป็นผู้รับฟังนั้นเป็นง่าย แต่การเป็นผู้รับฟังที่ฟังด้วยใจนั้นเป็นยาก” แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถเป็นผู้รับฟังที่ ‘ใช้หัวใจ’ ในการฟังได้ แล้ว “อะไรคือการใช้หัวใจฟัง ?” “การเป็นผู้ฟังที่ใช้หัวใจในการฟังนั่นต้องเป็นอย่างไรและทำอย่างไรหล่ะ ?”

เรารู้มาว่า Sati App ได้เปิดตัวการอบรมที่มีชื่อว่า ‘หลักสูตรการปฐมพยาบาลจิตใจเบื้องต้น’ โดยในหลักสูตรมีเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการรับมือและให้คำปรึกษาที่ถูกต้อง เมื่อต้องเจอสถานการณ์ที่ต้องรับมือกับอารมณ์ความรู้สึกและการเยียวยาจิตใจของตัวเราเอง รวมถึงการสังเกตอาการและการให้คำแนะนำแก่ผู้อื่น ซึ่งนี่เองก็เป็นจุดที่ทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า “การเป็นผู้รับฟังที่ใช้ใจฟังคืออย่างไร” “ตัวเราเองเป็นผู้รับฟังที่ดีหรือเปล่าในหลาย ๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมา” และ “เราควรจะมีวิธีในการรับมือทั้งกับตัวเราเองและกับตัวผู้ที่มาระบายเรื่องเหล่านี้กับเราอย่างไง” ด้วยคำถามที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้เราตัดสินใจที่จะลองเข้ารับการอบรมในหลักสูตรนี้

Screen Shot 2565-08-03 at 10.36.26

ซึ่งเมื่อเราได้ลองเข้ารับการอบรมในหลักสูตรการปฐมพยาบาลจิตใจเบื้องต้นกับทาง Sati App ทำให้เรามีความรู้สึกว่าการอบรมนี้ให้ความรู้ที่ดีและมีประโยชน์อย่างมาก โดยหากเรามองดูให้ดีจะเห็นว่าเรื่อง ‘สุขภาพจิต’ เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวของเรามาก สภาวะต่าง ๆ ที่ทำให้เรารู้สึกไม่ดีเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับตัวเราเองและคนรอบข้างของเรา ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนเป็นอย่างมาก แต่ปัจจุบันผู้คนส่วนมากยังไม่รู้วิธีที่รับมือที่ถูกต้องกับปัญหานี้

โดยในหลักสูตรจะมีหัวข้อหลัก ๆ ที่เราต้องเรียนรู้ ซึ่งหัวข้อเหล่านี้อ้างอิงจากหลักการสำคัญของแนวทางจากองค์การอนามัยโลกที่คิดค้นขึ้นมา ได้แก่

  • ตาดู : ในหัวข้อนี้จะเป็นเรื่องการสังเกตเพื่อความปลอดภัย การสังเกตเพื่อหาคนที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และการสังเกตหาคนที่มีความทุกข์ใจขั้นรุนแรง
  • หูฟัง : จะเกี่ยวกับการเข้าหาคนที่อาจต้องการความช่วยเหลือ การถามถึงความต้องการและความกังวลต่าง ๆ ของผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ การฟังด้วยใจเพื่อช่วยให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือรู้สึกผ่อนคลาย
  • ใจเชื่อมต่อ : เป็นการช่วยให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือให้เข้าใจถึงความต้องการขั้นพื้นฐานและความช่วยเหลือต่าง ๆ รวมถึงสามารถจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ได้ และอีกทั้งการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อเชื่อมต่อระหว่างผู้รับการช่วยเหลือกับบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญ เช่น จิตแพทย์ นักจิตวิทยา

เรารู้สึกว่าเนื้อหาในบทเรียนและแบบทดสอบนั้นสะท้อนให้เห็นถึง ‘ความตั้งใจ’ ของเราในการเรียนรู้ในแต่ละบทเรียนอย่างมาก เนื่องจากแบบทดสอบเป็นตัวชี้วัดที่ทำให้รู้ว่า ‘เราตั้งใจมากแค่ไหน’ ในการฝึกอบรมในครั้งนี้ ซึ่งเรามองว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เนื่องจากหากเราต้องรับมือกับสถานการณ์จริง ๆ อาจมีเรื่องมากมายที่เราคิดไม่ถึงเกิดขึ้นได้ การที่เราตั้งใจอย่างมากในการฝึกอบรมในครั้งนี้ก็เปรียบเสมือนการเตรียมพร้อมรับมือการเหตุการณ์ที่เราอาจจะได้เจอในอนาคตที่เกิดขึ้น

เราอยากชวนผู้ที่กำลังอ่านบทความนี้เข้า ‘การฝึกอบรมหลักสูตรการปฐมพยาบาลจิตใจเบื้องต้น’ ของ Sati App เพื่อเรียนรู้วิธีการเป็น ‘ผู้ฟัง’ ‘ที่ดี’ และ ‘ที่ถูกต้อง’ ซึ่งเรามองว่าสิ่งนี้เป็นเหมือนการเปิดรับความรู้ในการเป็นผู้ฟังที่ดีในสถานการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นกับเราได้ตลอดเวลา และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันในเรื่องการให้คำปรึกษาแก่เพื่อน คนรัก และครอบครัว หรือแม้กระทั่งการรับมือกับความรู้สึกและการเยียวจิตใจของตัวเราเองในตอนที่เราอยู่ในสภาวะที่เรารู้สึกไม่ดี โดย “การฟัง” เป็นเรื่องง่าย แต่ “การฟังด้วยใจ” เป็นเรื่องยาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถที่จะเรียนรู้วิธีถูกต้องในการเป็นผู้รับฟังได้ 💙 โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้ารับ ‘การฝึกอบรมหลักสูตรการปฐมพยาบาลจิตใจเบื้องต้น’ ของทาง Sati App ได้ที่นี่

ShareImage

ปัจจุบัน Sati App เข้าร่วมกับ Socialgiver ในฐานะโครงการเพื่อสังคม เพื่อนำเงินที่ได้รับการระดมทุนมาพัฒนาแอปพลิเคชันในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้คนสามารถมาระบายความเครียดหรือความรู้สึกเศร้าได้โดยไม่ต้องเกรงกลัว ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ดีมาก ๆ โดยในปัจจุบันประเทศไทยเรามีจิตแพทย์ 1 คนต่อประชากร 73,716 คน (หรือเท่ากับจิตแพทย์ 1.4 คนต่อประชากร 100,000 คน) ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการ อีกทั้งการพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยานั้นยังไม่ครอบคลุมอยู่ในสวัสดิการพื้นฐานหรือประกันสุขภาพ หลาย ๆ คนที่ต้องการการรับฟังอาจไม่สามารถรองรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพจิตและร่วมกันสนับสนุน Sati App เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับทุกคนให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย ไม่เสียค่าใช้จ่าย และรับมือกับสภาวะทุกข์ใจนี้ได้ทัน

ทั้งนี้คุณสามารถ ‘ช็อป’ ไปกับไลฟ์สไตล์ที่ใช่ ผ่านการซื้อ GiveCard ร้าน Sousaku และ โรงแรม La Miniera Pool Villas Pattaya เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการ Sati App ได้ที่ Link และหากต้องการสนับสนุนเพื่อ ‘ช่วย’ โครงการ Sati App ในการพัฒนาแอปพลิเคชันสามารถทำได้เพียงแค่ ‘Click

Socialgiver อยากเชิญชวนทุกคนติดตามกิจกรรมสุดแสนพิเศษจากทางโครงการ Sati App ที่จะเกิดขึ้นเนื่องใน ‘วันสุขภาพจิตโลก’ ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจในเรื่องพื้นที่ปลอดภัย เราขอบอกไว้เลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด 💚

BLOG_BANNER3

Connect with us

Facebook: Socialgiver
Instagram: Socialgiver
Line: @Socialgiver
Website: www.socialgiver.com
Application: https://socialgiver.page.link/blog

Share: