blog cover 1200*630 px

Namaka Resort Kamala

Khaolak Emerald Beach Resort and Spa

ธุรกิจใจดีจากภูเก็ตและพังงา มุ่งเน้นอนุรักษ์ธรรมชาติ พร้อมเดินไปข้างหน้าในช่วงวิกฤตอย่างมีความหวัง กับแนวคิดเราไม่ทิ้งใคร

ในช่วงวิกฤตการระบาดหนักเช่นนี้ ยอมรับเลยว่าทุกธุรกิจเล็กใหญ่ต้องเจอกับปัญหาเศรษฐกิจซบเซาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ธุรกิจโรงแรมเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่าใคร เราจึงชวนคุณ ‘ก๊อต พงศกร เกตุประภากร ผู้บริหารโรงแรม Khaolak Emerald Beach Resort and Spa และ Namaka Resort Kamala ผู้มีอีกหนึ่งหน้าที่สำคัญในการเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวพังงา มาร่วมพูดคุยผ่านสายโทรศัพท์สั้น ๆ ถึงการดำเนินธุรกิจที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

SNP00295

Khaolak Emerald Beach Resort and Spa เขาหลัก จังหวัดพังงา และ Namaka Resort Kamala หาดกมลา จังหวัดภูเก็ต สองโรงแรมในเครือ White Sand Blue Sea Group นอกจากรองรับบริการระดับ 4 – 5 ดาว ยังเน้นประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ใช้ระบบหมุนเวียนและพลังงานธรรมชาติ มีระบบการจัดการทรัพยากรภายในโรงแรมอย่างยั่งยืน

สระลากูน 01

ด้วยโลโก้เต่าทะเลของ Khaolak Emerald Beach คุณก๊อตเล่าต่อว่าในโซนโรงแรมจะมีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ทุก ๆ ปี ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาพักที่โรงแรมเป็นทัวร์ครอบครัว เวลาเด็ก ๆ มาก็จะชอบเต่ากัน จะชอบเข้ามาซื้อของที่ระลึก ตุ๊กตาบ้าง ซึ่งเราจะมีกองทุนที่ระดมทุนสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุ์เต่าต่อไปในอนาคตอีกด้วย

“โรงแรมของเรามีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมค่อนข้างน้อย เนื่องจากเราดูแลเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นระบบน้ำดีหรือระบบน้ำเสีย ที่เรามีระบบการกรองที่ต้องได้รับมาตรฐานสากลทั้งหมด ระบบไฟฟ้า เรามีระบบตั้งเวลาว่าเปิด-ปิดกี่โมง ที่จับกับตัวแสงอาทิตย์ เพื่อลดพลังงานให้น้อยที่สุด”

 “พยายามทำให้ทั้ง 2 โรงแรมสามารถหมุนเวียนด้วยตัวมันเองได้ ที่ Khaolak Emerald Beach จะมีเวิ้งน้ำ ลากูนอยู่ตรงกลาง พอถึงหน้าฝนเราก็จะใช้ตรงนี้หมุนเวียนไป เช่น รดน้ำต้นไม้ เราจะพยายามลดการใช้น้ำประปาให้ได้มากที่สุดด้วย”

“Namaka ก็เช่นเดียวกัน เรามีน้ำตกเป็นลำธารไหลลงมาเป็นธารธรรมชาติ เราพยายามเก็บรักษาธรรมชาติตรงนั้นไว้ ทำให้ทั้งสองทางยังคงความสวยงามของธรรมชาติไว้อยู่” 

144105142_234255081634963_4704571539918470618_n

ในเรื่องของการรักษาสมดุลด้านธรรมชาติของรีสอร์ตคงไม่น่าเป็นห่วงมากนัก แต่ถ้าเป็นวิกฤตการระบาดแล้ว ธุรกิจโรมแรมต้องเจอกับอะไรบ้าง  

นอกจากนั่งแท่นผู้บริหารโรงแรม คุณก๊อตเล่าให้เราฟังเกี่ยวกับปัญหาใหญ่ในฐานะประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพังงา วันที่เราได้คุยกัน คุณก๊อตก็ได้มีโอกาสลงพื้นที่เกาะยาว พื้นที่เคยเป็นอุตสหกรรมท่องเที่ยวหลักของไทย แต่พอเจอวิกฤตโควิด เราสูญเสียฐานนักท่องเที่ยวไปเยอะมาก ทั้งชาวต่างชาติก็ไม่กล้าบินเข้ามา ทั้งคนไทยก็ไม่กล้า เพราะกังวลการติดเชื้อ 

“สำหรับทางพังงา เราก็ต้องค่อย ๆ คุยกับทางภาครัฐให้ออกมาตรการให้เปิดจังหวัด ผมมองว่าโมเดลเปิด ปิด เปิด ปิด แบบนี้ไม่ได้นะ สุดท้ายแล้ว มันก็จะตายกันหมด ผู้ประกอบการเอย นักท่องเที่ยวเอย พวกเขาก็สับสน”

เราพยายามทำระบบที่อาจจะยุ่งยากนิดหน่อย แต่มีความปลอดภัยสูง เราจะทำเป็น 7+7 อยู่ภูเก็ตก่อน 7 วัน แล้วมาอยู่เขาหลักต่ออีก 7 วัน แต่เงื่อนไขก่อนเข้าจังหวัดก็คือต้องมีวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม มีผลตรวจภายใน 72 ชั่วโมง และต้องเข้าแซนด์บ็อกซ์ที่ภูเก็ตก่อน เพื่อเดินทางออกไปยังที่อื่นได้”

โมเดล 7+7 คือ ส่วนขยาย จากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เพื่อเชื่อมไปยังพื้นที่นำร่อง กระบี่ พังงา และสุราษฎร์ธานี ให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้เวลา 7 วันหลังจากเข้าภูเก็ต พักที่โรงแรมในสามจังหวัดดังกล่าว หลังจากจบ 7 วันที่ภูเก็ต เป็นแนวทางการกระจายรายได้สู่จังหวัดอื่น ๆ ใกล้เคียง

การรับมือ 

“แน่นอนว่าเขาหลักเองก็ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน ยังตื่นตระหนกกับเกณฑ์ต่าง ๆ กันอยู่ แต่ก็มีสิ่งที่ภาคเอกชนสามารถช่วยได้ เราจะพอรู้อยู่แล้วว่าขั้นตอน SOP ต้องทำอะไรบ้าง เราจะเขียนมันขึ้นมาใหม่เลย”

    หนึ่ง ตั้งแต่เดินทางเข้าสนามบิน มีจุดตรวจ 7 จุด
    สอง จากสนามบินไปโรงแรมต้องเดินทางผ่านรถของโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน SHA+ เท่านั้น
    สาม ก่อนที่จะขึ้น ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหมอชนะ ที่เป็นภาษาอังกฤษ
    สี่ มีการสแกน QR code ทุกเช้า ว่านักท่องเที่ยวยังอยู่ ไม่ได้หายไปไหน เพราะบางคนเข้ามาทางแซนด์บ็อกซ์ เสร็จแล้วก็อาจจะออกนอกพื้นที่ กลับบ้าน ไปเจอญาติพี่น้อง แต่จะกลายเป็นว่าเค้าจะเอาเชื้อไปแพร่ในจังหวัดอื่น ๆ อีก เราเลยต้องเช็คทุกเช้า

“แต่ความยากของเขาหลักไม่เหมือนที่ ภูเก็ต หรือ สมุย ที่เป็นเกาะ การเข้าออกค่อนข้างง่าย นั่นคือทางเครื่องบิน หรือ ทางรถก็คือข้ามสะพานเท่านั้น แต่ว่าเข้าหลักอยู่บนแผ่นดินใหญ่ มีทางเข้าทางออกเยอะ เราจำเป็นต้องประสานกับทางจังหวัดและตำรวจภูธรให้ตั้งด่าน ซึ่งความยากของมันอีกก็คือ เราจะตั้งด่านคัดกรองอย่างไรที่ยังสามารถอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่”

สระทะเลสีฟ้า02

ไม่ใช่แค่ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเท่านั้นที่คุณก๊อตเป็นห่วง พนักงานด่านหน้าที่โรงแรมก็เช่นเดียวกัน ในรายละเอียดของ SHA+ ระบุเอาไว้ว่าบุคลากรในโรงแรมต้องได้รับวัคซีนเกิน 70% เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในพื้นที่ เมื่อผ่านขั้นตอนนี้ไปได้ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาจะมั่นใจกับโรงแรมนั้นมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันทั้ง Khaolak Emerald Beach Resort and Spa และ Namaka Resort Kamala ผ่านมาตรฐาน SHA+ เรียบร้อยแล้ว 

ความปลอดภัยต้องครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่ ไม่ใช่แค่บริเวณใด บริเวณหนึ่ง เพื่อลดการกระจายของเชื้อ ในฐานะของภาคเอกชน ก็สามารถเป็น ‘ผู้ให้สังคม (Socialgiver)’ ได้เช่นเดียวกัน

“เรามีโอกาสได้ลงพื้นที่ชุมชน มีชาวบ้านมาอยู่กับเราประมาณเกือบ 200 คน ทุกคนก็ทำอาชีพของเขาแยกย่อยไป ทั้งร้านอาหาร บริษัททัวร์นำเที่ยว ทำประมง รถสองแถว เรือหางยาว ซึ่งเนื้องานแม้จะไม่ได้เกี่ยวกับท่องเที่ยวโดยตรง แต่ก็อาศัยท่องเที่ยวเป็นฐานในการหารายได้ พอเจอวิกฤตโควิด พวกเขาก็ทรุดกันหมด”

วิธีการแก้ไขที่คุณก๊อตบอกกับเรายังคงมาเป็นขั้นตอนที่หลายคนคงรู้ดีอยู่แล้ว แต่เราต้องเน้นย้ำทุกภาคส่วนให้สามารถทำให้เกิดขึ้นจริง 

        • หนึ่ง เราต้องหาวัคซีนให้เขาก่อน
        • สอง ให้กำลังใจพวกเขา
        • สาม หาช่องทางที่ให้พวกเขาสามารถลิงก์กับหน่วยงานรัฐ หรือ ธนาคารที่ให้สินเชื่อเพื่อต่อชีวิต 

สุดท้าย เดินหน้าเปิดพื้นที่ท่องเที่ยว ถ้าจะเปิดอย่างยั่งยืน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวกับท่องเที่ยวต้องรองรับมาตรฐาน SHA และ SHA+ ให้ได้ โอกาสที่จะเปิดได้อย่างยั่งยืนก็มีความเป็นไปได้” 

“จริงๆ แล้ว กลุ่มชาวบ้านมีความสามารถนะครับ เรื่องเตรียมความพร้อม ภาคปฏิบัติสามารถทำได้หมด แต่ในส่วนของการกรอกข้อมูล การบันทึกข้อมูล เข้าไป Register ในระบบของภาครัฐไม่ใช่เรื่องง่าย ผมและทีมยี่สิบสามสิบคนจึงรวมตัวกันมาช่วยชาวบ้าน”

มองไปข้างหน้า ไม่ทิ้งใครไว้ เดินไปด้วยกันอย่างมีความหวัง 

ยอดผู้ติดเชื้อในพื้นที่นำร่องอย่างภูเก็ต พังงา สุราษฎร์ธานี และกระบี่มีจำนวนไม่มาก เมื่อเทียบกับพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล เรายังคงหวังถึงชีวิตปกติได้ หากทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนไปข้างหน้า 

“ตอนนี้ผมคิดว่าสิ่งพื้นฐาน การจัดหาวัคซีน การขยายเป็น 7+7 กำลังจะเดินหน้าไปได้สวยแล้ว แต่สิ่งที่ผมกังวล และกำลังสนใจอยู่คือช่วง Post-Covid หลังจากเห็นยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละหมื่น เมื่อเริ่มขาลง นักท่องเที่ยวจะมีความเชื่อมั่นมากขึ้น พวกเขาจะเริ่มกลับมา อาจจะในช่วงเดือนตุลาเป็นต้นไป เราต้องประสานกับ ททท. โดยการประชาสัมพันธ์ไปทั่วโลก”

“ตอนนี้เราเริ่มมองออกไปข้างหน้าแล้ว เรามองถึงช่วง High season ของปีนี้แล้ว ถ้าท่องเที่ยวจะอยู่รอดให้พ้นปีนี้ไปได้ High Season จำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ ถ้าจะไปทำการตลาดอีก 2 – 3 เดือนข้างหน้าก็ไม่ทันแล้วนะ เราต้องมองไปถึงช่วงหลังโควิดเลย ว่าเราจะอยู่กับ New Normal นี้ได้ยังไง เพราะมันคงอยู่กับเราไปอีกหลายปี เศรษฐกิจ การท่องเที่ยวก็ต้องเดินหน้าต่อ ควบคู่ไปกับการรักษาโรค” 

ในส่วนของคนกรุงเทพที่ก็กำลังเจอวิกฤตหนักเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะกลุ่ม SME ที่ไม่ได้รับการเยียวยาเลย ซ้ำยังโดนผลกระทบจากการล็อกดาวน์หลายละรอก พวกเขาคงไม่มีอารมณ์เที่ยว บวกกับการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ทำให้คนตื่นตระหนก ในทางกลับกันพื้นที่

“เป็นการดึงหมวดความคิดให้ออกมาจากกรุงเทพ ให้เห็นว่าการติดเชื้อในจังหวัดอื่นๆ ยังน้อยมาก”

คุณก๊อตนอกจากทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการลงพื้นที่รับมือกับสถานการณ์ด้วยตัวเองแล้ว โรงแรมในความดูแลทั้งสองแห่งยังได้เข้าร่วมจัดจำหน่าย GiveCard บนแพลตฟอร์มของ Socialgiver ด้วย ซึ่งนับว่าเป็นความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างเต็มรูปแบบ ในโครงการ Thailand Recovery Fund กองทุนระดมทุนเพื่อจัดซื้อ Antigen Test Kit ส่งต่อไปยังชุมชนเปราะบางและพื้นที่เสี่ยง ลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ เซฟตัวเอง เซฟครอบครัว แม้จะมีความจำเป็นมาก แต่ก็ยังมีอีกหลายกลุ่มที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ ขาดทุนทรัพย์ในการซื้อตรวจเอง 

“ผมคิดว่าสามารถช่วยได้เต็มๆ เลยนะ ไม่มากก็น้อย ตอนนี้คนท้อแท้มาก รายได้มันหมดไป แต่รายจ่ายยังมีเท่าเดิม มันทำให้ทุกอย่างสะดุดไปหมดเลย หลายๆ คนต้องผ่อนบ้านผ่อนรถอยู่ ค่าเทอมเด็กก็ต้องจ่าย ทุกคนยังมีภาระค่าใช้จ่ายอยู่…” 

SNP00354

 Antigen Test Kit ตัวช่วยในการลดแพร่ระบาดที่เราสนใจ 

นอกจากมองแค่ตรวจเพื่อหาเชื้อ Antigen Test Kit มีความสำคัญมากกว่านั้น หากมีใครสักคนเป็นกลุ่มเสี่ยง อัตราการเกิดการแพร่เชื้อก็จะเพิ่มมากขึ้น การใช้ Antigen Test Kit คือตัวช่วยหยุดการแพร่กระจาย ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งหายเร็ว ยิ่งลดอัตราการเสียชีวิตได้มากขึ้น 

คุณก็อตบอกกับเราว่ามีอีกหลาย ๆ คนที่รายได้ต้องหยุดชะงักลงเพราะโควิด ในขณะที่ลดจำนวนผู้ติดเชื้อไม่ได้ แต่ภาระค่าใช้จ่ายของพวกเขากลับเพิ่มขึ้น ไม่แม้แต่ธุรกิจขนาดใหญ่ ธุรกิจรายย่อย รายบุคคลต่างได้รับผลกระทบกันทั้งนั้น 

“ตัวเชื้อที่เข้ามาใหม่เนี่ย ในกลุ่มคนหนุ่มสาวอาจจะไม่แสดงอาการ ถ้าไม่ตรวจด้วยตัวเอง โอกาสที่เราจะไปแพร่เชื้อก็มีสูง 

ถ้าสมมติเราตรวจด้วยตัวเองได้ง่ายขึ้น อาจจะเป็นเหมือนอังกฤษก็ได้ เปิดประเทศ แต่ยอดผู้ติดเชื้อลดลง หากเรามีวัคซีนที่มีคุณภาพ และหมั่นดูแลร่างกายของเราให้สะอาดตลอดเวลา ถ้าเรามีภาวะสุ่มเสี่ยงก็เอา ATK มาตรวจ” 

“อย่างของภาคท่องเที่ยวเองก็เหมือนกัน เราจะดูว่าสามารถตรวจพนักงานได้ถี่มากแค่ไหน ยิ่งตรวจมาก โอกาสที่เชื้อแพร่ก็ต่ำ ลดวงจรการระบาดได้รวดเร็วขึ้น”

การที่ได้ระดมทุนจัดซื้อ Antigen Test Kit จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อีกหลายชีวิต การแก้ไขให้ถูกจุด การทำงานที่ทันท่วงที และดำเนินร่วมไปกับการจัดหาวัคซีน หาเตียงให้พร้อม และส่งยาให้ผู้ป่วยได้ทัน กระบวนการเหล่านี้ต้องมาจากความร่วมมือจากหลายฝ่าย ซึ่งนั่นก็รวมถึงภาคเอกชนเช่นเดียวกัน 

“ผมว่ามันเป็นความรู้สึกที่มันอบอุ่นนะ พอเราได้ลงไปคุยกับชุมชน กับชาวบ้านที่อาจจะถูกทอดทิ้งมานาน เหมือนเราได้ลงไปช่วยให้ความหวังพวกเขาต่ออีกครั้งหนึ่ง อาจมีโอกาสที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตปกติ ลูกหลานเขาที่ต้องออกไปรับจ้างในจังหวัดอื่นๆ ต้องแยกจากพ่อแม่ไป เพราะโรงแรมปิด บางทีลูกยังเล็ก เขาก็ไม่ได้อยู่กับลูก

แต่ถ้าเราสามารถทำให้พื้นที่ท่องเที่ยวกลับมาเปิดใหม่ได้ การจ้างงานในพื้นที่ก็จะมากขึ้น ลูกหลานก็จะได้กลับบ้านมาทำงานใน้านเกิดตัวเอง

เราอยากจะจัดหาวัคซีนให้กับเด็กนักเรียนอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้ได้กลับมาเปิดเรียนได้เหมือนปกติ เพราะตอนนี้ประเทศเรา เด็กที่ต้องเรียนออนไลน์ก็รู้บ้างไม่รู้บ้าง แต่เรายังต้องไปแข่งขันกับเด็กประเทศอื่น ๆ ที่เขาได้เรียนปกติต่อเนื่อง เพระงั้นถ้าเราสะดุด เด็กก็สะดุด ซึ่งนั่นคืออนาคตของเขา” 

“ตอนนี้เราต้องมองข้ามโควิดไปแล้ว คือเราต้องแก้ให้ได้ แต่ก็ต้องมีแผนรองรับต่อ ว่าจะเปิดโรงเรียนยังไง อาจจะต้องทำ SHA+ ให้กับโรงเรียนก็ได้” 

SNP00296

ครอบคลุมถึงทุกกลุ่ม เดินหน้าด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัย SHA+ 

จากภูเก็ตสู่จังหวัดนำร่องอื่น ๆ ธุรกิจให้บริการหลายแห่งเริ่มลงชื่อในมาตรการ SHA และ SHA+ ที่มุ่งเน้นรักษาความสะอาด และฉีดวัคซีนแก่บุคลากรในโรงแรมมากกว่า 70% ในการสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาใช้บริการ ดูเหมือนจะไปได้สวย แต่ยังมีธุรกิจรายย่อยที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจอยู่ 

จากการสนทนากับคุณก๊อต โรงแรม ที่พักบูทีกเล็ก ๆ ในจังหวัดหลายแห่งยังไม่ได้รับเครื่องหมาย SHA+ พวกเขามีศักยภาพมากพอก็จริง แต่ยังขาดความรู้ในบางส่วน เช่น ข้อกฎหมาย ธุรกิจเหล่านั้นต้องมีใบอนุญาตให้ครบทุกอย่างเพื่อให้ผ่านเกณฑ์  

“นี่เป็นโอกาสที่ดีนะครับ ที่เราจะได้ช่วยผลักดันโรงแรมที่อาจจะไม่ถูกกฎหมายทั้งหมด มาทำให้ถูกต้องไปเลย ผ่านมาตรฐานไปเลย การยืนขอสินเชื่อ ขออนุมัติกู้ในอนาคตก็จะง่ายมากขึ้น 

“เรือรับส่ง เรือนำเที่ยว ถ้าเราสามารถผลักดันให้พวกเขาได้รับมาตรฐาน SHA+ ทั้งหมดได้ เรื่องการเดินทางก็จะปลอดภัยกับนักท่องเที่ยวทั้งหมด” 

ปัจจุบัน หน้าที่ของคุณก๊อตและทีม คือ พยามยามทำตัวเป็นศูนย์กลางในการช่วยประสานงาน เมื่อมีทุกธุรกิจให้บริการได้รับมาตรฐาน SHA+ ทั้งหมด โอกาสที่จะเปิดจังหวัดก็มีมากขึ้น แต่โอกาสก็มาพร้อมความยากลำบากเสมอ ยังมีกลุ่มชาวบ้านที่ทำธุรกิจด้วยตัวเอง พวกเขาขาดความรู้ ความสามารถในการยื่นเอกสาร หรือแม้แต่จะสมัครสมาชิก 

“พอเรามีศูนย์กลางคอยช่วยประสานงาน เรามีทีมงานช่วยดูแล อย่างน้อยพวกเขาเข้ามาหาเรา มาคุยกับเรา บางคนไม่มี Email address ไม่มีเว็บไซต์ด้วยซ้ำ การจะทำอะไรพวกนี้ก็ยาก เราก็ช่วยเซ็ตอีเมลให้พวกเขาเพื่อความสะดวก เราต้องนึกถึงร้านในชุมชน รถสองแถว มันยากมากที่เค้าจะทำด้วยตัวเองคนเดียว”

“เราจะเห็นในแววตาของพวกเขาเลย บางคนนี่ร้องไห้ออกมาเลย เพราะพึ่งจะมีคนมาช่วย”
SNP00394

 ทุกภาคส่วนต้องกระตือรือร้น เรายังมีโอกาสในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 

ถึงเวลาแล้ว ที่หลายภาคส่วนต้องรวมตัวช่วยกัน ทุกฝ่ายต้องทำงานเพื่อก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่ ภูเก็ตและพังงาเรียกได้ว่าเป็นสองจังหวัดนำร่อง ที่ยอดผู้ติดเชื้อน้อยมากเมื่อเทียบกับทั้งประเทศ คุณก๊อตมองว่านี่คือโอกาสของภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

“ตอนนี้มีแต่พื้นที่สีแดง กระจายตัวไปทั้งประเทศ พอต่างชาติมองเข้ามาก็อาจจะคิดว่าติดเชื้อกันทั้งประเทศ แต่จริง ๆ ยังมีโซนปลอดเชื้อ อย่างเกาะยาว ที่ผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์เลย เราอาจจะเปลี่นเป็นบลูโซน แยกออกมา เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ต่างชาติได้รู้ว่าตรงนี้เที่ยวได้นะ พวกเขาก็จะรู้สึกปลอดภัย”

“นโยบายปิดร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อที่ต้องปิดเป็นเวลาก็จะสามารถเปิดได้ปกติ แสงไฟตามถนนหนทางก็จะกลับมาเหมือนเดิม การจำหน่ายแอลกอฮอล์ในอนาคตเราก็จะผลักดันให้สามารถขายในร้านอาหารได้ แต่ก็ต้องเอาความปลอดภัยเป็นที่ตั้ง”

“พอภูเก็ตทำได้ แล้วถ้าขยายมาที่เขาหลัก ซึ่งเป็นออนแลนด์ ถ้าทำได้ มันจะกลายเป็นโมเดลใหม่ของประเทศที่จะขยายผลไปพัทยา เชียงใหม่ ที่ไหนก็ได้ ที่อยู่บนแผ่นดินใหญ่ แล้วจะขยายผลเข้ามากรุงเทพอีกที แต่สิ่งสำคัญที่กรุงเทพต้องผลักดันทำให้ได้ตอนนี้ คือ เร่งการฉีดวัคซีน และควบคุมการระบาด”

“เพราะฉะนั้น Antigen Test Kit สำคัญมากเลย ใช้คุมไว้ก่อน ผู้กเชือกไว้ก่อน ก่อนที่มันจะระบาดไปมากกว่านี้”

“อย่างคนไทยตอนนี้ ถ้าต้องการเดินทางเข้ามาในภูเก็ต จำเป็นต้องฉีดวัคซีนแล้วสองเข็ม ต้องมีผลตรวจ Swab หรือผล Antigen มันก็จะกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของคนที่เข้ามา สมมติผมมีครอบครัว 4 คน พ่อ แม่ ลูก 2 คน ตรวจหนึ่งครั้งก็คนละสามพัน สี่คนก็หมื่นสอง แพงกว่าค่าห้องพักด้วยซ้ำ ถ้าเป็นแอนติเจนก็ลดลงมาหกเท่าเลยนะ 

ตอนนี้เราอยู่ในสภาวะสงคราม ที่ไม่เคยมีใครเคยเจอมาก่อน สึนามิ ต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ เราก็ผ่านกันมาแล้ว แต่ว่าในวิกฤตตอนนี้ ใครที่มีความสามารถต้องยื่นมือเข้ามาช่วยแล้ว หน่วยแพทย์ หน่วยพยาบาล ที่เป็นด่านหน้าเดินหน้าไปก่อนเจอกับความลำบากมาก พวกเขาเจอทั้งดอกไม้ ก้อนหิน ยังมีคนที่ไม่เข้าใจอีกเยอะมาก ตั้งคำถามว่าถ้าเปิดประเทศจะปลอดภัยหรือเปล่า”

“แต่ถ้าทุกคนเข้ามา เอาข้อมูลที่ถูกต้องไปกระจายต่อ แล้วขยายผลลงไปในพื้นที่ในแต่ละชุมชนที่ตัวองค์กรนั้นอยู่ พอความเข้าใจได้ แล้วเรามีระบบบริหารจัดการที่ปลอดภัย คราวนี้ประเทศก็จะเริ่มกลับมาปกติมากขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น ประชาชนมีความหวัง ได้ใช้ชีวิตปกติเหมือนที่ผ่าน ๆ มา”

2012-06-24 21.20.44

หลายคนคงคิดเช่นเดียวกันว่าอยากกลับไปใช้ชีวิตที่ปกติอีกครั้ง แล้วคุณก๊อตตั้งความหวังไว้แค่ไหน

“ตอนนี้เรามองไปไกลขนาดที่ว่าจะสามารถใช้ชีวิตโดยไม่ต้องมีหน้ากากได้แล้ว ในอนาคตเราต้องทำได้ แต่ก็คงทำเป็นพื้นที่เป็นโซน จัดฉีดบูสเตอร์ช็อตในพื้นที่นั้น ๆ ถ้าเราประคอง Social distance ไปได้ เราเดินบนชายหาด เราไม่ได้ไปพบปะสังสรรค์กับใคร ไม่ต้องสวมหน้ากากก็ได้”

“อย่างโรงเรียนก็เสียดายนะ แทนที่เราจะได้ทำกิจกรรมในช่วงมหาวิยาลัย คือมันสนุกมากนะ สมมติว่ามันลากไปสี่ปี ไม่ได้อยู่มหาวิทยาลัยสี่ปี ก็เออ จบพอดีเลย จะเรียนต่อไปอีก 8 ปีก็ไม่ไหวเนอะ”

“ชีวิตมันต้องเดินต่อจริง ๆ นะ ตอนนี้ต้องอย่าคิดว่าจะทำยังไงให้ภาพรวมประเทศสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วที่สุด เราตั้งเป้าหมายของเราว่า ใช้ชีวิตอย่างปกติ แล้วเดี๋ยวพวกดีเทลต่าง ๆ จะมาเอง แล้วเราค่อยปลดล็อกเป็นจุดไป”

“ผมคิดว่าอย่างน้อย 3 ปี สมมติปีนี้ เราจะมีนักท่องเที่ยวกลับมาอยู่ที่ประมาณ 20 – 25% ปีหน้าอาจจะ 50% ปีต่อไป 75% แล้วอีกปีถัดไปก็อาจจะ 100%

แล้วคิดดูว่าโรงแรมที่เป็นอุตสาหกรรมด่านหน้ากว่าจะฟื้นยังใช้เวลานานขนาดนี้ แล้วอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ต้องรอท่องเที่ยว อย่างเรือนำเที่ยว รถขนส่ง ที่ตอนนี้เรือคือแทบเอามาตากแดดเป็นหมึกย่างแล้ว สงสารมาก แล้วประมงสมัยก่อนขายได้เป็น 100 ตัน ตอนนี้เหลืออยู่ 20 ตัน แต่เขายังมีค่าใช้จ่ายยังมีครอบครัวที่ต้องดูแล เด็ก ๆ ที่เรียนหนังสือกันอยู่ แทนที่จะได้เรียนดี ๆ สอบได้คะแนนดี ๆ ชิงทุน ออกไปเรียนต่อต่างประเทศ เรามองไปไกลขนาดนั้นแล้ว แต่ถ้ายังย่ำอยู่ที่เดิมก็คงไม่ได้”

ทุกฝ่ายต้องเป็น One Voice ไปด้วยกัน

“อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยที่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตอยู่ ไม่ว่าจะทางสุขภาพ ที่บางคนหาเตียงไม่ได้บ้าง บางคนต้องไปนนโรงพยาบาลสนาม หรือคนอื่น ๆ อาจมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ก็ต้องการเตียงเช่นเดียวกัน

อีกกลุ่มหนึ่งก็คือ กลุ่ม SMEs กลุ่มเหล่านี้เป็นกลุ่มที่เผชิญปัญหามาโดยตลอด ยิ่งในกลุ่มร้านอาหารที่เข้าโดนเปิด เปิด ปิด ปิด ผับบาร์นี่ยังไม่ได้เปิดเลย กลุ่มนี้ต้องได้รับการช่วยเหลือเยียวยาก่อน มีซอฟท์โลนเข้าไป มีกระแสเงินสดในการยื้อชีวิตไปข้างหน้าอีก 6 เดือน”

“เราต้องมีแผนไว้แล้วนะ เราต้องเดินนำโควิดไป 3 – 4 ก้าวให้ได้ละ ถ้าสมมติเรารอให้ปัญหามันเกิดก่อนแล้วเราไปตามแก้ก็ไม่ทัน”

ซึ่งตอนนี้ประเทศของเรากำลังเดินตามอยู่ ถ้าภาพรวมทั้งประเทศการฉีดวัคซีนยังน้อยมาก ที่คิดจากประชากรทั่วประเทศ แต่ในบางจังหวัดที่เป็นพื้นที่นำร่อง เราฉีดไปเยอะละ เกือบ 100% ซึ่งมันทำให้เห็นโอกาสที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต พอเราเตรียมความพร้อมก่อน นักท่องเที่ยวจากที่จะไปฮาวาย บาหลี มัลดีฟ เขาก็อาจจะมาหาเราก่อน พอได้เห็นทัศนียภาพของเรา ก็อาจจะกลับมาใหม่

ส่วนภาคที่เป็นอุตสหากรรมต่อเนื่องจากท่องเที่ยว เศรษฐกิจก็จะหมุนเวียนมากขึ้น พอเรามีเงินแล้ว เราจะซื้อวัคซีนให้นักเรียนเองก็ได้ ฉีดได้หมดเลย”

“โอกาสทุกอย่างจะมาพร้อม ขอแค่เราวางแผนล่วงหน้านำโควิด” 

HD200221-178

เราหวังว่าบทสัมภาษณ์กับ คุณ ‘ก๊อต พงศกร เกตุประภากร’ จะสามารถช่วยสร้างความหวังและเยียวยาภาวะหมดไฟ แนวคิดธุรกิจที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง มองหาโอกาสอยู่เสมอ เพราะ นี่คือความหวังที่เราจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง

BLOG_BANNER3

Connect with us

Facebook: Socialgiver

Instagram: Socialgiver

Line: @Socialgiver

Website: www.socialgiver.com

Application: https://socialgiver.page.link/blog

Share: