cover_donation101

การเป็นผู้ให้ ถือเป็นอีกเรื่องที่โดดเด่นในสังคมไทย ด้วยนิสัยใจบุญ และเป็นผู้ให้ทั้งเรื่องเงิน และสิ่งของ รวมไปถึงการไปทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อช่วยเหลือสังคม คนยากไร้ หรือ ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เช่น เรื่องการศึกษา องค์กรการกุศล ศาสนา หรือการบริจาคเงินผ่านช่องทางสื่อ Social Media ที่นิยมกันในปัจจุบัน 🤳

ด้วยความรวดเร็วของ Social Media จึงมีผลต่อการตัดสินใจของคนในสังคมเป็นอย่างมาก ทำให้ขาดการพิจารณา และตรวจสอบข้อมูลอย่างถี่ถ้วน ซึ่งในขณะที่หลาย ๆ โครงการมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน แต่ คุณเคยตั้งคำถามไหมว่า เงินที่เราได้ตั้งใจบริจาคนั้น จะส่งถึงมือผู้เดือดร้อนจริงหรือไม่ วันนี้ Socaigiver จึงมีข้อควรระวังในการเป็นผู้ให้อย่างรอบคอบมาฝากกันค่ะ 💖

donation-01

 

 

เมื่อมีการบริจาค ผู้บริจาคควรตรวจสอบให้ละเอียดถึงประเภทของบัญชีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบัญชีที่จดทะเบียนด้วยองค์กรเพื่อสังคม หรือ บัญชีส่วนตัว ทั้งนี้ทั้งนั้น การบริจาคเงินเข้าบัญชีส่วนตัวอาจจะต้องมีการระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเราไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าบัญชีนี้นำเงินที่ถูกระดมทุนไปทำประโยชน์ตามจริงหรือไม่

donation-02

 

 

ทุกการบริจาคต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบที่มาที่ไป และการทำงานได้ ก่อนจะทำการบริจาคให้กับโครงการใดๆ ผู้บริจาคควรคำนึงถึง 3 ปัจจัยหลักของความโปร่งใสของโครงการนั้นๆ ดังนี้

  • มีเงินบริจาคสนับสนุนโครงการเป็นจำนวนเท่าไหร่แล้ว
  • โครงการจะนำเงินบริจาคไปใช้ในส่วนไหน ต้องการพัฒนา หรือแก้ไขอะไร รวมถึงเป้าหมาย ของการระดมทุนคิดเป็นจำนวนเงินทั้งหมดเท่าไหร่
  • หลังจากการระดมทุน จะมีการชี้แจงการใช้จ่ายเงินบริจาคอย่างสม่ำเสมอ และความคืบหน้าของการใช้เงินบริจาคด้วยหรือเปล่า

donation-03

 

 

อีกสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบให้ละเอียด คือ ประวัติผู้รับบริจาค/องค์กร ว่ามีความน่าเชื่อถือ และไว้ใจได้แค่ไหน อีกทั้งควรมีข้อมูลจากองค์กรที่เราต้องการบริจาค หรือผู้ที่ถูกอ้างว่าได้รับความเดือดร้อนจากผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น ผู้นำท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน ที่จะประสานงานภายในพื้นที่นั้นๆ ที่จะสามารถติดต่อได้จากเพจหรือผู้ที่นำเสนอเรื่องราวการรับบริจาคเงินได้

หรือการขอตรวจสอบใบรับรองจากผู้รับบริจาค/องค์กร ว่ามีการรับรองตามกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากการจัดเรี่ยไรหรือ “รับบริจาค” ในที่สาธารณะต้องได้รับอนุญาตจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โดยสามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์บริการประชาชนวังไชยา ถนนนครสวรรค์ เขตดุสิต กทม. และสำหรับต่างจังหวัด สามารถติดต่อได้ที่ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง

ใบอนุญาตเรี่ยไรแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

💭 ประเภท ร.3 เป็นใบอนุญาตจัดให้มีการเรี่ยไร โดยหัวหน้าหน่วยหรือประธานมูลนิธิเป็นคนขอ ในใบจะระบุว่าเรี่ยไรเพื่อวัตถุประสงค์ใด จำนวนเงินที่จะเรี่ยไร วิธีทำการเรี่ยไร วันเวลาที่อนุญาตให้ทำการเรี่ยไรและวันหมดอายุ เป็นต้น
💭 ประเภท ร.4 เป็นใบอนุญาตให้ทำการเรี่ยไร จะระบุรายละเอียดที่อนุญาตให้ทำการเรี่ยไร

ทั้งนี้ถ้าเป็นการเรี่ยไรโดยแต่งตั้งตัวแทนเพื่อทำการเรี่ยไร คนที่มาทำการเรี่ยไรแทนจะต้องมีรายชื่อในใบอนุญาตเท่านั้น ใบอนุญาตทั้งหมดที่กล่าวมาจะต้องใช้เอกสารตัวจริงเท่านั้นห้ามใช้สำเนาหรือถ่ายเอกสารสี

Socialgiver เองก็เป็นตัวอย่างแพลตฟอร์มที่ดำเนินการให้กับมูลนิธิยุวพัฒน์ ทุก ๆ เงินบริจาคผ่านการ “ช็อป” และ “ช่วย” บน Socialgiver จะถูกส่งไปที่มูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อที่ทางมูลนิธิยุวพัฒน์ จะนำเงินที่ได้เหล่านั้นไปสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมในหลากหลายภาคส่วนกว่า 40 โครงการทั่วประเทศ อีกที

donation-04

 

 

นอกจากการทราบข้อมูลและประวัติเบื้องต้นแล้ว อย่าลืมให้ความสำคัญกับแผนการหลังการรับเงิน ว่าเงินทุนเหล่านี้ใช้ตามวัตถุประสงค์หรือสร้างผลกระทบที่ดีในด้านใดบ้าง อย่าลืมว่าหัวใจของการบริจาคไม่ใช่แค่จำนวนเงินที่ได้ แต่คือผลลัพธ์ที่ถูกสร้างขึ้นมากกว่า

อย่างไรก็ตามสิ่งนึงที่ไม่สามารถมองข้ามได้คงจะเป็น “ค่าใช้จ่ายเสริม” ในการบริจาคแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นค่าดำเนินการจากทางโครงการเอง หรือค่าบัตรเครดิต ผู้บริจาคคงทราบดีว่าในการสร้างความเปลี่ยนแปลงนั้นจะต้องมีขั้นตอนดำเนินการที่ซับซ้อนระหว่างช่องทางการเงิน กับทางโครงการ จนไปถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผู้บริจาคควรจะคำนึงถึงส่วนผลลัพธ์มากกว่าถึงแม้ในบางครั้งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

donation-05

 

 

ข้อนี้ถือเป็นข้อสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจบริจาคเงิน นอกจากใบอนุญาตให้เรี่ยไรแล้ว ควรตรวจสอบองค์กรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ว่ามีหน่วยงานใดดูแล หรือรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่หรือไม่ เช่น กรณีบริจาคเงินเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ในช่วงวิกฤต COVID-19 ต้องมีกรมสาธารณสุข และโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องมาดูแล และที่สำคัญต้องเป็นหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ และปลอดภัย 🔍

แม้จะต้องพิจารณาหลายขั้นตอน แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรทำก่อนตัดสินใจก่อนร่วมบริจาค แม้ว่าในปัจจุบันนอกจากมีหลายองค์กรที่มีชื่อเสียงที่ดีและมีความน่าเชื่อถือสูงอยู่แล้ว ยังมีช่องทางการบริจาคใหม่ๆ หลายช่องทางที่มีการสร้างความโปร่งใสที่ดี มีระบบการติดตามการใช้จ่ายเงิน และที่สำคัญคือมีกระบวนการสร้างความเข้าใจปัญหาสังคมเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริจาคสามารถมีส่วนร่วมได้มากกว่าแค่เพียงบริจาคเงินเท่านั้น 💸

แน่นอนว่าเงินแต่ละบาทของคนไทยสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีต่อสังคมไทยได้จริง แนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตเป็นเพียงปัจจัยเบื้องต้นเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามการป้องกันการทุจริตจะมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อประชาชนให้ความร่วมมือ สร้างความตระหนักรู้ที่จะเฝ้าระวังติดตามและตรวจสอบการจัดการเงินรับบริจาค

📌 ถ้าคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่เห็นว่าการบริจาค ระดมทุน เป็นการสร้างสังคมที่ดีขึ้นได้ ลองเข้าไปศึกษาข้อมูลของเราได้ที่นี่ และอย่าลืมนึกถึงถึงแพลตฟอร์ม Socialgiver ที่พร้อมมอบดีลราคาพิเศษ บวกกับข้อเสนอที่เปิดโอกาสให้คุณได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเงินสู่ภาคสังคมผ่านการใช้ไลฟ์สไตล์ของคุณ.. มาเป็นผู้ให้ไปพร้อมกับเรานะคะ 💘

 

BLOG_BANNER3

Connect with us
Facebook: Socialgiver
Instagram: Socialgiver
Line: @Socialgiver
Website: www.socialgiver.com
Application: https://socialgiver.page.link/blog

Share: