Cover_Blog_Big tree(resized)-01
ในวันที่พื้นที่สีเขียวในเมืองและผืนป่าต้องเสียสละตัวเองให้กับถนน อาคาร สายไฟ และทางเท้า

เราจะสามารถดูแลรักษาต้นไม้ที่ยังเหลืออยู่ได้อย่างไรให้เต็มความสามารถ วันนี้เราอยากมาชวนทุกคนทำความรู้จักกับ “รุกขกร” อาชีพที่หลายคนอาจยังไม่คุ้นหู

หากเปรียบเทียบง่าย ๆ แล้ว เวลาคนป่วยก็ต้องไปหาหมอ แล้วถ้าต้นไม้ป่วยล่ะจะไปหาใคร ?

อาชีพรุกขกร หรือ Arborist นั้นเป็นเหมือนทั้งผู้ดูแลรักษาสุขภาพต้นไม้ทั้งภายในและภายนอก ตรวจหาสัญญาณของความป่วยไข้จากราก เปลือกไม้ ลำต้น ใบ และการตัดแต่งเพื่อรักษาโครงสร้างภายนอกให้สมบูรณ์แข็งแรง ในประเทศไทยนั้นมีรุกขกรที่ได้รับการรับรองอยู่เพียงหลักสิบจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยหากไม่ใช่อาชีพที่เป็นที่รู้จัก ในขณะที่ประเทศที่มีนโยบายให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวมาก ๆ อย่างสิงคโปร์นั้นมีรุกขกรอยู่ราว 3,000 คน

_DSC9290

นอกจากนี้รุกขกรนั้นยังต้องสามารถประเมินความเสี่ยงของต้นไม้และตัดสินใจว่าจำเป็นต้องตัดต้นไม้ส่วนไหนออกไปเพื่อรักษาอาการป่วย หรือ เพื่อรักษาความปลอดภัยในกรณีที่ต้นไม้นั้นเสี่ยงต่อการหักหรือโค่นเมื่อต้องเจอลมแรง พายุฝน

เราอาจจะคิดว่าการตัดแต่งต้นไม้ ใคร ๆ ก็ทำได้ ตัด ๆ ไป เดี๋ยวเขาก็งอกใหม่เอง แต่อันที่จริงแล้ว ทุกการลงใบเลื่อยบนไม้สักกิ่งนั้นควรต้องรู้ที่มาและที่ไป การตัดแต่งในจุดที่ไม่ถูกต้องนั้นส่งผลให้กิ่งก้านที่เหลือนั้นกลายเป็นเหมือนกับแขนที่เป็นแผลและใช้งานไม่ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดเชื้อราหรือการผุกร่อนเป็นโพรงลงไปถึงโคนต้นเลยทีเดียว

การทำงานของรุกขกรนั้นนอกจากต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับต้นไม้แล้ว ต้องเข้าใจเรื่องความปลอดภัยของการทำงานบนที่สูงด้วย การขึ้นต้นไม้แต่ละหนนั้นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของทั้งต้นไม้และของผู้ทำงาน รุกขกรบางคนอาจทำทั้งหน้าที่ประเมินสุขภาพของต้นไม้และตัดต้นไม้ แต่ก็ยังมีเพื่อนร่วมงานคู่ใจที่อีกคนที่ถนัดในการตัดแต่งต้นไม้และทำงานบนที่สูงอย่าง Tree Worker Climber Specialist ที่จะมีความเชี่ยวชาญพิเศษในการปีน ตัดต้นไม้ด้วยเลื่อยไฟฟ้า และลำเลียงกิ่งที่ถูกตัดแล้วลงมาสู่พื้นอย่างปลอดภัย พอจะนึกภาพออกกันใช่ไหมว่าการตัดต้นไม้อย่างถูกต้องในแต่ละครั้งนั้นมีสิ่งที่ต้องคำนึงอยู่มากมาย รวมถึงชุดความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ เชือก และความปลอดภัยที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้อยู่ไม่น้อยเลย

_DSC9007

ตัดแล้วไปไหน? อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอาจจะสงสัยกันว่ากิ่งก้านที่ถูกตัดแล้วนั้นไปไหน แน่นอนว่าไม่ได้ถูกนำไปทิ้งอย่างเปล่าประโยชน์ หากเนื้อไม้นั้นยังมีสภาพสมบูรณ์อยู่ อาจนำเนื้อไม้ไปใช้งาน สร้างเป็นอุปกรณ์หรือเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็กได้ แต่หากไม้นั้นแห้งและเป็นโรค ไม่สามารถใช้งานได้ก็สามารถนำไปเผาที่อุณหภูมิสูงจนน้ำมันในไม้ระเหยไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีควันระหว่างเผา จนได้ออกมาแท่งคาร์บอนที่แห้งสนิทหรือถ่าน Bio-Charcoal เมื่อนำถ่าน Bio-Charcoal ไปป่นรวมกับดิน โครงสร้างของถ่านที่มีรูพรุนจะช่วยกักเก็บธาตุอาหารในดิน เป็นปุ๋ยทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนกิ่งเล็ก ๆ และใบไม้นั้นก็สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยหมักได้นั่นเอง เรียกได้ว่าเป็นการใช้ธรรมชาติบำรุงธรรมชาติและจัดการอย่างครบวงจร

SaveOurSouls 1

หากใครสนใจอยากทำความรู้จักเกี่ยวกับงานรุกขกรรมมากขึ้น สามารถติดตามได้ทาง สมาคมรุกขกรรมไทย : Thai Arboriculture Association – TAA และเรียนรู้เรื่องเล่าของต้นไม้ใหญ่ได้ที่ BIG Trees

ต้นไม้นั้นอันที่จริงแล้วนั้นไม่มีอายุขัย หากเราสามารถช่วยกันลดการตัดและรักษาของต้นไม้ที่เรามีอยู่แล้วเอาไว้ได้ เหล่าต้นไม้นั้นก็สามารถมีอายุยืนยาวได้หลายร้อยปีเลยนะ

ทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการอบรมรุกขกรในประเทศไทยผ่านการบริจาคให้โครงการ Big Trees ได้ที่ https://ddl.socialgiver.com/ddl/BIGTress

BLOG_BANNER3

Connect with us

Facebook: Socialgiver
Instagram: Socialgiver
Line: @Socialgiver
Website: www.socialgiver.com
Application: https://socialgiver.page.link/blog

Share: