Be a rebel: ชีวิตนอกคอกของพลอย “เซ่” ลุมทอง

1503956_806251229471651_6507049190372668038_n

“ประโยคที่เซ่ชอบมากคือคนเราเนี่ย ถ้าอยากจะรู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ให้ดูที่อดีต”

     วันนี้ใครหลายๆคนคงอดที่จะอิจฉาชีวิตของพี่พลอย เซ่ หรือ พลอย ลุมทอง นักออกแบบรุ่นใหม่ไฟแรง ดีกรีหรูจากประเทศฝรั่งเศสไม่ได้ เพราะนอกจากจะเป็นเจ้าของสตูดิโอ เซ่ ดีไซน์ (C’est Deisgn) แล้ว ยังเป็นนักเขียนหนังสือขายดีอย่าง ‘เด็กนอก/คอก’ และมีแฟนๆติดตามเธออย่างล้นหลามบนหน้าเฟสบุ๊ค ‘เซ่ เด็กนอก/คอก’ด้วย ทำให้ดูเหมือนกับว่า ไม่ว่าพี่เซ่จะจับต้องอะไรก็ประสบความสำเร็จไปซะหมด 

ทางเดิน (ที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ)แห่งชีวิต

     “แม่เซ่มาจากสลัมนะคะ” พี่เซ่กล่าวพร้อมเริ่มเล่าเส้นทางชีวิตที่นำเธอมาอยู่ที่จุดๆนี้ เนื่องจากสถานการณ์ทางครอบครัวที่มีคุณแม่เป็นหัวเลี่ยวหัวแรงหลัก พี่เซ่จึงมีชีวิตวัยเด็กที่แตกต่างจากเด็กคนอื่นๆ ขณะที่เพื่อนๆวัยเดียวกันกำลังสนุกกับกิจกรรมวัดหยุดสุดสัปดาห์ พี่เซ่กลับต้องไปช่วยคุณแม่ขายของที่ตลาดนัดจัตรตุจักร “แม่เซ่ขายพวกผ้าไทย ของไทยๆ ส่วนหนึ่งเพราะแม่ชอบเองด้วย” พี่เซ่อธิบาย ด้วยไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างประกอบกับสภาพทางบ้านที่ทำให้ต้องย้ายโรงเรียนอยู่บ่อยครั้ง พี่เซ่จึงต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา

รู้อะไรก็ไม่เท่ารู้จักตัวเอง

     ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆและบทบาทของเด็กคนหนึ่งที่ต้องช่วยครอบครัวทำมาหากินอาจจะทำให้หลายๆคนท้อได้ แต่พี่เซ่เลือกที่จะเปลี่ยนวิธีการมองข้อจำกัดและภาระเหล่านี้ให้กลายเป็นโอกาสในการค้นพบตัวตนของตัวเอง “เซ่ไม่ค่อยมีเพื่อนตอนเด็กๆ บางคนคิดว่าเราแปลกไปเลย เพราะเราคิดต่างจากเค้า เซ่อยากจะทำอะไรก็จะทำ เป็นเด็กกิจกรรม ชอบวาดรูป” พี่เซ่เล่า เวลาที่ได้อยู่กับตัวเองทำให้พี่เซ่เป็นคนที่รู้จักตัวเอง รู้ว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และพอจุดเปลี่ยนที่สำคัญแห่งชีวิตมาถึง พี่เซ่ก็ตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่เพราะความเข้าใจในตัวตนของเธอเองนั่นเอง

หนทางเราเลือกได้

     หลังจากจบมัธยมศึกษาตอนปลายพี่เซ่ได้ก้าวมาเป็นนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์แห่งรั้วจามจุรี มหาวิทยาลัยที่ใครๆก็ต้องอยากเข้า เธอกลับยังรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ ทำให้เมื่อลูกค้าประจำร้านที่จัตรตุจักรชักชวนให้ไปช่วยขายของ พี่เซ่จึงตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตที่จะดรอปการเรียนที่จุฬาฯเอาไว้ แล้วเดินทางไปยังเมือง Avignon ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ประสบการณ์ครั้งนี้เองที่กลายไปแรงขับเคลื่อนความฝันของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง “ตอนไปฝรั่งเศสครั้งแรกทำให้เรารู้เลยว่า ยังมีอะไรที่เราไม่รู้อีกเยอะ ยังมีอะไรที่น่าทำอีกตั้งมากมาย” เหมือนจรวดที่ได้รับการจุดระเบิดแล้ว พี่เซ่ก็ไม่รอช้าจัดการสมัครเข้าเรียนโรงเรียนภาษาและหาข้อมูลการเรียนต่อ ก่อนที่จะกลับเมืองไทยมาสร้างพอร์ตโฟลิโอ่เพื่อสมัครเข้าโรงเรียนศิลปะ (Art School) “ตอนที่เซ่สมัคร เค้าเอาแค่ผลงานล้วนๆ ไม่คิดเรื่องภาษาเลย” พี่เซ่ก็ได้เข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัย EPSAA แห่งกรุงปารีส

    

ชีวิตเริ่มที่ปารีส

     “เซ่ชอบปารีสมาก ชอบเวลาเห็นคนที่เค้าตั้งใจทำสิ่งที่เค้ารักจริงๆ มีหลายคนที่รับงานสองงานเพื่อให้ตอนบ่ายเค้าสามารถมานั่งวาดรูปได้ ไม่มีใครคิดเรื่องเงินเลย ไม่มีใครตั้งคำถามว่าทำยังไงฉันจะได้เงินเยอะๆ มีแต่คนที่เค้าพยายามแล้วก็ตั้งใจทำในสิ่งที่เค้าชอบจริงๆ” 

    ชีวิตที่ปารีสนี้เองเป็นช่วงเวลาหล่อหลอมตัวตนของ พลอย เซ่ ให้เป็นอย่างที่ทุกคนรู้จักในวันนี้ “ช่วงชีวิตที่ปารีสเป็นอะไรที่สุดๆไปเลย ต้องเรียนรู้วิธีเอาตัวรอดแล้วก็ช่วยตัวเองกับเรื่องต่างๆที่เข้ามา” ตั้งแต่การหาเลี้ยงตัวเอง ถูกไล่ออกจากงาน จนไปถึงการถูกรูมเมทขอให้ย้ายออกจากบ้านพัก พลอย เซ่คนนี้ได้เจอมาหมดแล้ว

ความรักจากครอบครัว

ทุกครั้งที่ท้อใจ จะมีคนคนหนึ่งเสมอที่คอยปลอบประโลมใจเธอให้ลุกขึ้นสู้ใหม่ “มีช่วงหนึ่งที่เซ่ท้อมาก เครียดหลายเรื่อง ไม่รู้จะทำยังไงก็เลยโทรหาแม่ แม่ก็บอกว่าไม่เป็นไร เหนื่อยก็พัก อยากกลับมาบ้านแม่ก็พร้อมเสมอ” กำลังใจแบบนี้นี่เองที่ทำให้พี่เซ่กลับมาฮึด และพร้อมเดินไปข้างหน้าเพื่อที่วันใดวันหนึ่งจะมีโอกาสตอบแทนพระคุณของคุณแม่ซิงเกิลมัมผู้เข้มแข็งคนนี้ “เซ่อยากให้แม่สบาย” พี่เซ่กล่าวเมื่อถูกถามถึงเป้าหมายในวันข้างหน้าของเธอ

เด็กนอก/คอก

ปัจจุบันพี่เซ่มีธุรกิจเป็นของตัวเอง ได้ทำงานที่เธอรักกับกลุ่มนักออกแบบคลื่นลูกใหม่ มีผลงานสร้างชื่อเสียงให้กับวงการนักออกแบบไทย และเข้าใกล้ความฝันที่จะทำให้แม่ของเธอได้มีความเป็นอยู่ที่สบายขึ้นทุกวัน แต่อย่างที่เห็นว่าหนทางที่นำพี่เซ่มาอยู่ตรงนี้ได้ไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างที่หลายคนคิด เต็มไปด้วยถนนทีคดเคี้ยวเวียนวน แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจบวกกับความคิดนอกคอกที่ไม่ยอมให้คนอื่นมาบอกว่าเธอควรจะฝันแบบไหน แต่เลือกที่จะเดินตามทางของตัวเองทำให้พี่เซ่สามารถฝ่าคลื่นลมพายุลูกแล้วลูกเล่าจนมาถึงฝั่งฝันและกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของหลายๆคนได้ในตอนนี้

หากคนเราสามารถรู้อนาคตโดยการพิจารณาอดีตได้จริง ผู้หญิงที่ชื่อ”พลอย เซ่” คนนี้ก็น่ามีอนาคตที่สดใสงดงามรอเธออยู่อย่างแน่นอน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *